ベルリッツタイジャーナル

3 tips to stay on track learning a new language in 2025
新年の抱負に関しては、毎年リストに載っているように見える項目がいくつかあります。より健康的な食事、より多くの運動、休息の時間を見つけるなどです。毎年登場するもう1つの項目は、新しい言語を学ぶことです。 。 新しい言語を学ぶことがこれらのリストに頻繁に表示される理由は、ほとんどの人が言語学習を真剣に受け止めていないためです。それでも、彼らはそれがどれほど重要かを知っているので、毎年彼らのリストにそれを含めます。 真実は、バイリンガルであることは、これまで以上に望ましいスキルではありませんでした。それはあなたの個人的な生活に役立つだけでなく、労働力の継続的なグローバル化とより遠隔の労働機会により、複数の言語を話す能力はあなたを世界中の企業の資産にすることができます。 ですから、それを念頭に置いて、2022年があなたが最終的に語学学習を真剣に受け止める年であることを確認したいと思います。ここでは、スペイン語や正式なマンダリンを学ぶという目標に向かって確実に順調に進み、取り組むためのヒントをいくつか紹介します。 語学コースに登録する これは当たり前のように思えるかもしれませんが、言語学習は他のスキルと同じです。つまり、専門家から学ぶのが最も簡単です。 YouTubeビデオと無料言語アプリ(これらについては後で詳しく説明します)は優れたツールですが、主な学習ソースにはなりません。これらのツールに依存している場合、どの言語でも真に会話できるようになることはないでしょう。いくつかのフレーズや単語を学ぶかもしれませんが、数週間後には学習を断念する可能性が高くなります。 オンラインスペイン語コースに登録するメリットは、プロのインストラクターにアクセスできることだけではありません。また、学習計画へのアクセスでもあります。あなたの学習には、定期的なマイルストーンと目標を備えた明確な計画があります。それはあなたを軌道に乗せるだけでなく、あなたのやる気を維持します。 あなたの言語の旅を記録する 2022年です。つまり、世界をすぐに利用できます。何かをフォロースルーするための最も効果的な方法の1つは、それを文書化することです。それが日記をつけること、ブログを書くこと、あるいはビデオを作ることを意味するかどうかにかかわらず、あなたはそれを文書化することができるとき、あなたはより力を与えられ、押し通す意欲を感じるでしょう。 ソーシャルメディアを使用して進捗状況を文書化することも、サポートネットワークからインスピレーションとモチベーションを得るのに最適な方法です。あなたが新しい言語を学んでいることを彼らに知らせた場合、あなたは多くの人々があなたをサポートしようとすることに驚くかもしれません。 オンラインでスペイン語を学ぶ旅を記録すると、進捗状況も確認できます。現時点では、それほど多くを学んだとは思えないかもしれません。しかし、最初に学び始めたときから自分の語学力を振り返ることができるとき、あなたは自分がどれだけ進歩したかに驚くでしょう。プロセスを文書化しないと、自分がどこまで進んだかを真に把握することが困難になります。 無料の言語アプリを使用する それらは学習の主な情報源としては良くないかもしれませんが、オンラインスペイン語クラスと組み合わせて言語アプリを使用するとき、それらは本当に役に立ちます。これは、言語アプリは通常、実際のクラスの外で練習するのに役立つ楽しいゲームやアクティビティを備えているためです。 これらの言語アプリの最大の利点は、無料であるということです。これは、いくつかの異なるものをテストして、どれが一番好きかを判断できることを意味します。見つけたら、通常のクラスの外で練習するために使用できます。 言語学習者として、最も難しいことの1つは、場所を見つけること、または新しい言語を話す練習をする勇気を持つことです。これらの無料言語アプリを使用すると、AIを使用して話す練習をすることができます。それはあなたが学ぶのを助けるだけでなく、あなたの自信にも役立ちます。 新しい言語を学ぶことは大きな仕事であり、それが多くの人々が失敗する理由です。あなたが子供たちに伝えたい子供たちのためのスペイン語であろうと、ビジネスチャンスのためにフランス語を学ぶことであろうと、新しい言語を学ぶための鍵は計画を立ててそれに固執することです。これらのヒントを使用すると、2022年に新しい言語を学ぶことができます。また、新年の2023年の決議リストで新しい言語を学んだ場合は、第3言語を学ぶことになります。    
読み続けて
‘Boxing Day’ คือวันอะไร? ทำไมจึงเป็นวันที่สร้างรอยยิ้มให้แก่คนทั่วโลก
ถ้าหากประเทศไทยมีวันไหลของวันสงกรานต์ที่ผู้คนยังเล่นน้ำกันอยู่แม้จะพ้นช่วงเทศกาลมาแล้ว ชาวคริสต์เองก็มีวันไหลของวันคริสต์มาสเช่นกัน โดยรู้จักกันในชื่อว่า ‘Boxing Day’ หรือ ‘วันเปิดกล่องของขวัญ’ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่ผู้คนได้แกะกล่องของขวัญหลังจากฉลองวันคริสต์มาส และยังเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ออกเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาหรือออกไปทำกิจกรรมร่วมกันกับคนในครอบครัวอีกด้วย แล้ววันที่น่ายินดีเช่นนี้มีต้นกำเนิดจากไหนกัน? มีหลากหลายข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับที่มาของวัน Boxing Day และยังคงเป็นประเด็นถกเถียงจนถึงทุกวันนี้ถึงความเป็นมาที่แท้จริง แต่ก็ยังไม่มีทฤษฎีไหนได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจุดกำเนิดที่ผู้คนเริ่มมอบของขวัญให้แก่กัน โดยจุดร่วมเดียวกันของตำนานอันหลากหลายส่วนใหญ่จะมีต้นกำเนิดเทไปทางประเทศสหราชอาณาจักร เนื่องจากวันที่ 26 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันหยุดราชการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1871 แล้ว  บางตำนานเล่าว่าเริ่มต้นขึ้นจากชาวยุโรปในยุคกลาง (คริสต์ศตวรรษที่ 5 – 15) ที่มอบเงินและของขวัญให้แก่ผู้ยากไร้ในช่วงคริสต์มาส หรือบ้างก็ว่ามีที่มาจากประเทศอังกฤษและประเทศในเครือจักรภพช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ซึ่งกำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันหยุดประจำปี (Bank Holidays) โดยนายจ้างจะแจกกล่องของขวัญให้แก่ลูกจ้างหรือผู้รับใช้เพื่อแทนการของคุณตลอดทั้งปีที่ผ่านมา อีกตำนานหนึ่งซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศสหราชอาณาจักรเล่าว่ากษัตริย์เวนเซสลาส...
読み続けて
Hybrid Working คืออะไร? เทรนด์การทำงานยุคใหม่สำหรับ Next Normal
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังจะเข้าสู่ปีที่สาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาธุรกิจหลายภาคส่วนล้วนปรับตัวเพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้บนข้อจำกัดอันท้าทาย การปรับตัวในช่วงแรกของการแพร่ระบาดที่หลายบริษัทเริ่มใช้ก็คือการอนุญาตให้พนักงาน work from home เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ด้วยความที่มาตรการดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้เป็นระยะเวลานานตามสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทำให้พนักงานหลายคนเกิดความเคยชินในการทำงานนอกออฟฟิศ รวมทั้งบริษัทเองก็พึงพอใจถ้าตราบใดที่ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานไม่ต่างจากการเข้าออฟฟิศ รวมถึงช่วยลดเวลาบนท้องถนนแก่พนักงานและมลภาวะไปพร้อมกัน จนเกิดกระแสใหม่ของการทำงานที่คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในปี 2022 เรียกว่า ‘Hybrid Working’   อะไรคือ Hybrid Working? Hybrid Working คือการทำงานที่พนักงานสามารถเลือกสถานที่ทำงานได้ตามเนื้องานแต่ละวันระหว่าง co-working space, คาเฟ่, บ้าน, หรือออฟฟิศของบริษัทแทนการทำงานที่ต้องเข้าออฟฟิศทุกวันก่อนยุคโควิด-19 ผลการสำรวจของ IWG (International Workplace Group) ระบุว่า 77% ของพนักงานต้องการสถานที่ทำงานที่ใกล้กับที่พักอาศัย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ work-life balance...
読み続けて
Metaverse จะทำให้การเรียนภาษาเปลี่ยนไป?
ประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ตอนนี้คงหนีไม่พ้นการเปลี่ยนชื่อบริษัทของ Facebook หลังจากที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งประกาศในการประชุมประจำปีว่าชื่อบริษัท Facebook ที่ถูกใช้มาอย่างยาวนานกำลังจะถูกเปลี่ยนเป็น ‘Meta’ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทที่กำลังให้ความสำคัญกับโลก Metaverse มากกว่าโซเชียลมีเดีย  แล้ว Metaverse คืออะไร? เรามาดูความหมายของคำนี้กันก่อน Metaverse เกิดจากการผสมคำระหว่าง ‘Meta’ กับ ‘Universe’ โดย Meta- มีหน้าที่เป็น prefix ความหมายใน Cambridge dictionary กล่าวไว้ว่า ‘outside the normal limit of something’ หรือ ‘สิ่งที่อยู่เหนือขีดจำกัด’ ส่วน Universe แปลว่า ‘จักรวาล’ เมื่อนำสองคำมารวมกันจะแปลได้ก็คือ ‘โลกที่อยู่เหนือความจริง’ แต่สำหรับ Metaverse ในความหมายที่เป็นโปรเจ็คใหญ่ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก นั้นคือโลกเสมือนจริงที่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้ผ่านตัว Avatar ที่คล้าย ๆ กับการใช้คาแรกเตอร์ในเกมส์แต่เราสามารถควบคุมตัวละครของเราได้ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุดและยังสามารถประชุมงาน ท่องเที่ยว หรือสังสรรค์ไปกับเพื่อนของเราผ่านระบบ VR (Virtual reality) และ AR (Augmented reality) ถึงแม้ว่าผู้ใช้งานแต่ละคนจะอยู่กันคนละที่ก็ตาม  ฟังดูแล้วการใช้งานบนโลกเสมือนจริงน่าจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ในอนาคตได้ไม่มากก็น้อย เห็นได้จากกิจกรรมในยุคโควิด-19 เราต้องประชุมงานกันผ่านทางระบบออนไลน์หรือบางคนไม่สามารถออกไปสังสรรค์กับเพื่อนได้ ก็เลือกที่จะเปิดกล้องวิดิโอคอลแล้วรับประทานอาหารไปพร้อมกันผ่านทางหน้าจอแทน ซึ่ง Metaverse จะช่วยให้อุปสรรคในด้านการเดินทางหายไป การประชุมงานผ่านระบบออนไลน์จะไม่มีหน้าจอมาขวางกั้น เราสามารถนั่งพูดคุยกันจากที่บ้านได้เสมือนจริง ทำให้สามารถสัมผัสได้ถึงอากัปกิริยาและน้ำเสียงของคู่สนทนาได้มากขึ้น  คุณประโยชน์ของ Metaverse ซึ่งคาดว่าจะถูกนำไปใช้ในการทำงานและสังสรรค์แล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จากโลกเสมือนจริงนี้ได้นั่นก็คือการศึกษา ทุกวันนี้นักเรียนหลายคนสามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ก็จริง แต่การใช้ประโยชน์จาก Metaverse อาจจะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะผู้สอนจะมีอุปกรณ์และสื่อในการสอนแบบไม่จำกัด ผู้เรียนเองก็จะได้รับประโยชน์จากกิจกรรมที่หลากหลายมากกว่าการเรียนผ่านสื่ออย่างหนังสือเรียน  ปัจจุบันที่ Berlitz เรามีคอร์สออนไลน์สดที่ผู้เรียนสามารถเรียนภาษากับอาจารย์เจ้าของภาษาได้จากที่บ้าน  ซึ่งนอกจากมอบความสะดวกสบายให้กับผู้เรียนแล้ว การเรียนออนไลน์ผ่านโปรแกรม Newrow ที่ Berlitz จะช่วยเปลี่ยนห้องของคุณให้กลายเป็น Virtual Classroom ที่อาจารย์ผู้สอนจะสามารถใช้สื่อการเรียนที่หลากหลายมากกว่าเห็นหน้ากันและแชร์หน้าจอ  แต่เราลองจินตนาการว่าถ้าหากในอนาคต Metaverse ได้ถูกพัฒนาขึ้นจะส่งผลต่อการเรียนภาษามากน้อยขนาดไหน การเรียนภาษาออนไลน์สดแบบไม่มีหน้าจอมาขวางกั้น เราสามารถเห็นอากัปกิริยาของครูเจ้าของภาษาไปพร้อมกับการออกเสียงที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หรือบางทีอาจารย์เจ้าของภาษาอาจจะพาผู้เรียนไปยังประเทศบ้านเกิดของเขา เพื่อให้เราเรียนรู้วัฒนธรรมและยังได้ท่องเที่ยวในโลกเสมือนจริงพร้อมกับการเรียนภาษาอีกด้วย ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้วการเรียนภาษาที่ Berlitz ผู้เรียนจะได้สนทนาภาษาเป้าหมายกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเจ้าของภาษาตลอดคาบเรียนพร้อมไปกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเปรียบเสมือนอยู่ในประเทศที่ใช้ภาษาเป้าหมายอยู่แล้ว แต่ถ้าในอนาคตเราสามารถเรียนภาษาฝรั่งเศสกับอาจารย์เจ้าของภาษาขณะที่เยี่ยมชมหอไอเฟล หรือดื่ม Afternoon tea กับอาจารย์ชาวอังกฤษที่ถนนอ็อกฟอร์ด ในกรุงลอนดอนเสมือนจริง น่าจะทำให้การเรียนภาษาใหม่ ๆ น่าตื่นเต้นมากกว่าเดิมใช่ไหมคะ   แค่คิดก็น่าสนุกแล้วว่า Metaverse จะเข้ามาเปลี่ยนการเรียนภาษามากน้อยเพียงใด...
読み続けて